เป้าหมายของการศึกษา
การวิเคราะห์เป้าหมายหลักสามประการของการศึกษาอิสลาม ผ่านแสงนำทางของซุนนะฮ์อันประเสริฐ
จริยธรรม
التحلي بمكارم الأخلاق
รากฐานของความเจริญรุ่งเรือง ทั้งในระดับบุคคลและสังคม
ความรู้
كسب العلم النافع
ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ต้องนำไปสู่การพัฒนาตนและผู้อื่น
อาชีพ
كسب الرزق الشريف
การพึ่งพาตนเองด้วยน้ำพักน้ำแรง อันเชื่อมโยงกับอิบาดะฮ์
นักวิชาการและนักการศึกษาต่างเห็นพ้องในเป้าหมายทั้งสามนี้ โดยที่ การศึกษาที่ถูกต้องจะต้องไม่มุ่งเน้นเพียงมิติใดมิติหนึ่ง เพราะการมุ่งแต่วัตถุโดยลืมจิตวิญญาณ หรือการมุ่งแต่ความรู้โดยขาดจริยธรรม ล้วนนำไปสู่ความเสื่อมโทรมของสังคมทั้งสิ้น
การยกระดับจริยธรรมถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาอิสลาม จริยธรรมที่ประเสริฐคือเครื่องหมายของความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงของบุคคลและสังคม สังคมที่ขาดจริยธรรมย่อมพังทลายและล่มสลายได้ง่าย
ท่านนบีมูฮัมหมัด ﷺ คือต้นแบบที่สมบูรณ์ที่สุดในเรื่องนี้ ท่านได้รับฉายาว่า อัล-อามีน · الأمين (ผู้ซื่อสัตย์) ตั้งแต่ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นนบี อัลลอฮ์ทรงยกย่องท่านไว้ว่า
ท่านนบี ﷺ ระบุเป้าหมายของภารกิจของท่านไว้อย่างชัดเจน และกำหนดให้จริยธรรมเป็นเกณฑ์วัดความประเสริฐระหว่างมนุษย์
"ฉันถูกส่งมาเพื่อทำให้จริยธรรมที่ประเสริฐมีความสมบูรณ์"
"จงยำเกรงอัลลอฮ์ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด และจงตามหลังความชั่วด้วยความดีซึ่งมันจะไปลบล้างความชั่วนั้น และจงคบหาสมาคมกับผู้คนด้วยจริยธรรมที่ดีงาม"
"แท้จริงผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่มีจริยธรรมงดงามที่สุด"
หน้าที่สำคัญของพ่อแม่และครูคือการปลูกฝังค่านิยมเหล่านี้ตั้งแต่เยาว์วัย ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า "สิทธิของบุตรที่มีต่อบิดา คือการที่บิดาต้องตั้งชื่อที่ดีให้แก่เขา และให้การอบรมบ่มเพาะ (อัดดับ) ที่ดีแก่เขา" การศึกษาจึงทำหน้าที่ถ่ายทอดจริยธรรมและค่านิยมจากบรรพบุรุษสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขามีเอกลักษณ์และสามารถปรับตัวเข้ากับระบบจริยธรรมของสังคมได้
ซุนนะฮ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของ العلم النافع · ความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อความดีงามของทั้งบุคคลและสังคม ความรู้ไม่ใช่เพียงแค่การครอบครองข้อมูล แต่ต้องถูกใช้เป็นสื่อกลางในการผลิต การทำงาน การบริหารชีวิต การขัดเกลาตนเอง และการยกระดับพฤติกรรม
ท่านนบี ﷺ มักจะขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่เกิดประโยชน์
"โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่เกิดประโยชน์ และจากจิตใจที่ไม่ยำเกรง และจากจิตใจที่ไม่อิ่ม (ในตัณหา) และจากดุอาอ์ที่พระองค์ไม่ทรงตอบรับ"
การแสวงหาความรู้ถือเป็นหนทางสู่สวรรค์ และเป็นหน้าที่สำหรับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น
"ใครก็ตามที่ออกเดินทางเพื่อแสวงหาความรู้ อัลลอฮ์จะทรงทำให้หนทางสู่สวรรค์นั้นง่ายดายสำหรับเขา"
"การแสวงหาความรู้เป็นหน้าที่เหนือมุสลิมทุกคน"
อย่างไรก็ตาม ซุนนะฮ์เตือนอย่างชัดเจนว่าเป้าหมายในการแสวงหาความรู้ต้องบริสุทธิ์ ไม่ใช่เพื่อความโอ้อวดหรือการข่มผู้อื่น
"ใครก็ตามที่แสวงหาความรู้เพื่อเอาไปประชันกับเหล่าอุลามาอ์ หรือเพื่อโต้เถียงกับผู้ที่เขลา หรือเพื่อให้ผู้คนสนใจในตัวเขา อัลลอฮ์จะทรงให้เขาเข้าสู่นรก"
"ใครก็ตามที่ถูกถามเกี่ยวกับความรู้หนึ่งแล้วเขาปกปิดมันไว้ เขาจะถูกสวมบังเหียนด้วยไฟนรกในวันกิยามะฮ์"
ผู้ที่มีความรู้จึงมีหน้าที่ เผยแพร่และแบ่งปัน ความรู้นั้น เพราะความรู้ที่ถูกปกปิดไว้ไม่อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้ และซุนนะฮ์ถือว่าการซ่อนความรู้โดยเจตนาเป็นสิ่งที่น่าตำหนิอย่างยิ่ง
อิสลามให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริหารจัดการเรื่องทางโลกควบคู่ไปกับเรื่องทางธรรม เป้าหมายนี้มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมให้บุคคลมีความเชี่ยวชาญในงานอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด เพื่อให้เขาสามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ท่านนบี ﷺ สอนให้เราสร้างสมดุลในชีวิต โดยกล่าวแก่ท่านอับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ บิน อัล-อาศ ว่า
"โอ้อับดุลลอฮ์... แท้จริงร่างกายของท่านมีสิทธิเหนือท่าน ดวงตาของท่านมีสิทธิเหนือท่าน และภรรยาของท่านก็มีสิทธิเหนือท่าน"
ซุนนะฮ์กระตุ้นให้มุสลิมพึ่งพาแรงกายของตนเองมากกว่าการร้องขอผู้อื่น
"การที่คนหนึ่งในหมู่พวกท่านถือเชือกไปแบกฟืนไว้บนหลังแล้วนำไปขาย... นั้นย่อมดีกว่าการที่เขาจะไปร้องขอจากผู้คน ซึ่งพวกเขาอาจจะให้เขาหรือไม่ให้เขาก็ได้"
"มือที่อยู่บน (ผู้ให้) ย่อมดีกว่ามือที่อยู่ล่าง (ผู้รับ)"
พ่อแม่มีหน้าที่เตรียมบุตรหลานให้มีความสามารถในการทำงานอาชีพ ท่านนบี ﷺ กำหนดสิ่งที่บิดาต้องให้แก่บุตรไว้อย่างชัดเจน
"สิทธิของบุตรที่มีต่อบิดา คือการที่เขาต้องสอนการเขียน การว่ายน้ำ การยิงธนู และไม่มอบปัจจัยยังชีพให้แก่เขาเว้นแต่สิ่งที่สะอาดและดี (ต็อยยิบ)"
อาชีพการงานในอิสลามถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับการเคารพภักดี ท่านนบีและเหล่านบีท่านอื่นๆ ล้วนประกอบอาชีพด้วยมือของตนเอง
"นบีซะกะรียา (อ.ล.) นั้นเป็นช่างไม้" และ "ไม่มีนบีคนใดเว้นแต่เขาเคยเลี้ยงแกะมาแล้ว"
"ไม่มีผู้ใดรับประทานอาหารที่ดียิ่งไปกว่าการที่เขารับประทานอาหารจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง"
แม้แต่การปลูกต้นไม้ก็ถือเป็นกุศลทานที่เชื่อมโยงกับการประกอบสัมมาอาชีพ
"ไม่มีมุสลิมคนใดที่ปลูกต้นไม้หรือเพาะปลูกพืช แล้วมีนกหรือมนุษย์หรือสัตว์มาจิกกินมัน เว้นแต่สิ่งนั้นจะเป็นศดะเกาะฮ์ (ทาน) สำหรับเขา"
ซุนนะฮ์ยกย่องผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งและขยันหมั่นเพียร ดังที่ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า "ผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งนั้นย่อมดีกว่าและเป็นที่รักยิ่ง ณ อัลลอฮ์ มากกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ... จงกระหายในสิ่งที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน และจงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮ์ และอย่าท้อถอย" (บันทึกโดย มุสลิม)
บทสรุป · خلاصة القول
เป้าหมายของการศึกษาคือการปลูกฝังความรักในการทำงาน การแสวงหาความรู้ที่บริสุทธิ์ และการสร้างจริยธรรมอันประเสริฐ โดยเชื่อมโยงการงานทุกอย่างเข้ากับการอิบาดะฮ์ เพื่อสร้างความสุขให้กับบุคคล และนำพาความเจริญมาสู่สังคมทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
การศึกษาที่สมบูรณ์ต้องสร้างสมดุลระหว่างจริยธรรม ความรู้ และอาชีพ — ทั้งสามเป้าหมายนี้ต่างเสริมส่งกันและขาดกันไม่ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น